post

การวิ่งนอกจากจะได้กำลังและความแข็งแรงแล้ว ยังสามารถทำเพื่อโลกได้อีกด้วย

ผลลัพธ์แรกที่ได้จากการวิ่งออกกำลังกายนั้น คือ ร่างกายของตัวเองที่ทำให้มีสุขภาพดีขึ้น ต่อมาในผลลัพธ์ที่สองที่ได้จากการวิ่ง คือ เงินในกระเป๋า ที่เหลือให้ใช้มากขึ้น ไม่ต้องเอาไปจ่ายค่ายาในการรักษาพยาบาลจากโรคภัย ที่อาจจะเจ็บป่วยบ่อยเมื่อมีอายุมากขึ้น และผลลัพธ์ที่สามที่ได้จากการวิ่ง คือการได้พบปะมิตรภาพใหม่ ๆ ที่ได้พบเจอในระหว่างทางการวิ่ง ในผลลัพธ์ทั้งหมดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเพียงเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการวิ่งยังสามารถทำเพื่อคนอื่นได้อีกด้วย

ในการวิ่งเพื่อบุคคลอื่น เป็นการวิ่งการกุศลที่ทุกคนสามารถทำได้เหมือนกับการทำบุญ แต่ได้เปลี่ยนจากการทำบุญให้กลายมาเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาในด้านต่าง ๆ ทั้งในผู้ด้อยโอกาสที่มีฐานะยากจน ผู้พิการที่ต้องการการดูแล และผู้ที่เผชิญปัญหาครอบครัว โดยมีมูลนิธิมากมายที่ได้ก่อตั้งขึ้นและจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนการกุศลเพื่อหาเงินบริจาคมาช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ตามแต่ละมูลนิธิ อาทิเช่น มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว มูลนิธิปันรัก หรือมูลนิธิตับแห่งประเทศไทย เป็นต้น

นอกจากจะมีมูลนิธิที่จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาในด้านต่าง ๆ ในชีวิตแล้ว ยังมีการวิ่งการกุศลโดยดารา นักร้อง นักแสดง ที่ได้วิ่งมาราธอนเพื่อโลกอีกด้วย ซึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียงในการวิ่งมาราธอนเพื่อโลกที่ทุกคนรู้จักมากที่สุดในประเทศไทยคงหนีไม่พ้นศิลปินนักร้อง พี่ตูน บอดี้แสลม หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย ผู้ซึ่งวิ่งหาเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาล 11 โรงพยาบาล ในโครงการ ก้าวคนละก้าวตั้งแต่ภาคใต้ไปสุดที่ภาคเหนือ โดยสานต่อมาจากการวิ่งเพื่อโรงพยาบาลที่อำเภอบางสะพาน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์  โดยในการวิ่งตั้งแต่ใต้ไปสุดเหนือนั้นได้รับบริจาคเงินเป็นจำนวนถึง 1300 ล้านบาท เป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย แต่ไม่ใช่มีเพียงบุคคลเดียวในวงการบันเทิงเท่านั้นที่ได้วิ่งมาราธอนการกุศลเพื่อโลก ยังมี โย ยศวดี, นาวินต้า และ ปู ไปรยา ที่ได้วิ่งตามรายการ การกุศลอื่น ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้ออกมาวิ่งเพื่อช่วยเหลือโลกและช่วยเหลือกันและกัน

ร่างกายที่แข็งแรงใจที่อิ่มเอมไปด้วยบุญไม่มีอะไรที่จะมีความสุขไปมากกว่านี้ ซึ่งทั้งหมดสามารถทำได้ด้วยการออกไปวิ่งเท่านั้น และเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ในทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ไม่สนใจในการออกกำลังกายให้หันมาเริ่มออกกำลังกายไปด้วยกัน เพราะในการวิ่งนั้นนอกจากจะชวนมาทำเพื่อตนเองแล้วยังได้ชักชวนทำเพื่อมนุษย์โลกคนอื่นที่ต้องการความช่วยเหลืออีกด้วย

 

post

สิ่งที่ต้องเจอระหว่างแข่งวิ่งมาราธอน ที่คุณอาจไม่เคยรู้

จริงจังแค่ไหน  แค่ไหนเรียกจริงจัง ? ระยะชนะใจหรือระยะชนะใคร? กับการวิ่งมาราธอน ระยะพิชิตฝันของใครหลาย ๆ  คน “ซ้อม ซ้อม ซ้อม ฝึก ฝึก ฝึก” ความมีวินัยล้วน ๆ ที่ทำให้ให้ใครต่อใครหลายต่อหลายคนก้าวไปสู่ระยะทางสุดโหดตลอดระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างซ่อนอยู่อย่างที่คุณอาจไม่เคยรู้

ถ้าคิดว่าการวิ่งเข้าเส้นชัยแล้วได้รับเหรียญรางวัล ถ้วยรางวัล หรือแม้แต่ เสื้อ Finisher ที่แสนภาคภูมิใจว่าเราพิชิตใจตัวเองได้ นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ก้าวต่อไปในสนามแข่งขันมาราธอนอย่างมีความสุขในสนามต่อ ๆ ไป

ในเมื่อเป็นระยะพิชิตใจ เวลาที่สัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น ชีวิตช่างโลดแล่น ดีใจเหมือนไก่จะบิน ก้าวต่อก้าว วิ่งไปตามใจฝัน เพราะเส้นชัยคือเป้าหมาย แต่ละกิโลเมตรช่างมีความหมาย ระยะทางแต่ละช่วงจะทำให้เราได้คิดอะไรต่าง ๆ ได้มากมาย และด้านล่างนี้ คือ สิ่งที่คุณต้องเจอแน่นอน

เริ่มจากร่างกายจะค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเราออกมา ความอ่อนแอ อาการบาดเจ็บ ปวดตึง ปวดแปลบ ตะคริวก็มา ทุกสิ่งจะค่อย ๆ เผยตัวออกมาทีละนิด ถ้าคุณอ่อนซ้อม อาการเหล่านี้มาแน่นอน

คุณจะได้สติและมีความสุขจากการวิ่งมาราธอน
เพราะทุกก้าวของคุณมีความหมาย เอนโดรฟินจะสูบฉีดให้คุณมองทุกอย่างระหว่างอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ๆ ในสนาม กองเชียร์ หรือแม้แต่หน่วยปฐมพยาบาลที่คอยดูแลเราตลอดเส้นทาง เราจะพบรอยยิ้มและมีผู้ให้กำลังใจเสมอ

ตอนซ้อมเคยได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังแล้ว ในสนามของมาราธอนคุณจะได้ยินเสียงหัวใจของคุณดังไปกว่านั้น ความตื่นเต้น เร้าใจ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการวิ่งอย่างจริงจัง เมื่อคุณนึกถึง DNF ซึ่งย่อมาจาก Did Not Finish ซึ่งก็แปลตรงตัว คือ (วิ่ง)ไม่จบ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดที่ต้องยุติการแข่ง ก็เรียกว่า DNF ทั้งนั้น นั่นหมายถึงในสนามนี้คุณจะไม่ได้ไปต่อ มันจึงทำให้คุณต้องพยายามที่จะฮึดขึ้นสู้และก้าวต่อไป ตามความมุ่งมั่นที่พกมาเต็มเปี่ยม

และสิ่งสุดท้ายที่ทุกคนต้องเจอระหว่างแข่งวิ่งมาราธอน นั่นคือ ความทรงจำและประสบการณ์ ทั้งที่ดีและไม่ดีจากแต่ละสนาม ประสบการณ์จะนำพามาซึ่งการแก้ไขตัวเองในสนามต่อ ๆ ไป และความทรงจำจะบอกเราเสมอว่า “ครั้งหนึ่งฉันเคยผ่านระยะพิชิตใจ” ที่เรียกว่ามาราธอนมาแล้ว และมันทำให้ฉันอยากจะก้าวต่อไปให้ได้ไกลกว่าเดิม

ไม่ว่าคุณมีเป้าหมายอะไรในการวิ่งมาราธอนก็ตาม ขอเพียงกายพร้อม ใจพร้อม และหมั่นซ้อมอย่างมีวินัย อย่าว่าแต่มาราธอนเลย ไตรกีฬา คุณก็ผ่านมันไปได้อย่างสบาย ๆ ทุกเป้าหมายมีไว้พุ่งชน คนที่อดทนก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้เช่นกัน ขอให้มีความสุขกับการวิ่งมาราธอน แล้วคุณจะรู้ว่ายังมีอะไรอีกหลายอย่างในการวิ่ง ที่คนไม่ออกมาวิ่งไม่มีทางรู้